บทคัดย่อ

การประเมินผลการดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในจังหวัดภูเก็ต

ผู้วิจัย

นางศรีนวล แก้วเหมือน

สาขา ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ปี 2548
ประธานกรรมการที่ปรึกษา

รศ. ดร. ชิรวัฒน์ นิจเนตร

กรรมการที่ปรึกษา ผศ. ศึกษาสิชน์ มณีพันธุ์
ISBN

974-234-131-1

      การวิจัย เรื่อง การประเมินผลการดำเนินโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในจังหวัดภูเก็ต เป็นการวิจัยเชิงประเมิน (Evaluative research) โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินของสตัฟเฟิลบีม (CIPP Model) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจังหวัดภูเก็ต รวม 5 ด้าน คือ บริบท (Context) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลลัพธ์ (Product) และผลกระทบ (Outcome) โดยประเมินจากเอกสาร ระเบียนรายงานที่มีอยู่ในระบบปกติ ร่วมกับการสัมภาษณ์ สอบถาม และการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 5 กลุ่ม คือ ผู้บริหารและหัวหน้างานที่เกี่ยวข้องจำนวน 17 คน ผู้ให้บริการจำนวน 113 คน ผู้รับบริการทั้งแบบมี ท และไม่มี ท จำนวน 414 คน ประชากรระดับครัวเรือน จำนวน 106 ครัวเรือน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสำรวจครัวเรือน และแบบบันทึกข้อมูลที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้น ดำเนินการเก็บข้อมูลในระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2548 ข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์โดยการวิเคราะห์เนื้อหา และข้อมูลเชิงปริมาณ วิเคราะห์ด้วย สถิติ ร้อยละ สัดส่วน อัตราส่วน ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
     1. ด้านบริบท ผู้รับบริการและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นด้วยกับนโยบาย และข้อกำหนด ให้การสนับสนุน และมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อยู่ในระดับมาก
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
     2. ด้านปัจจัยนำเข้า ผู้ให้บริการและผู้รับบริการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย ข้อกำหนด ของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ในเกณฑ์ดี งบประมาณเหมาจ่ายรายหัวไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายต่อหัวประชากร งบประมาณที่กันไว้ตามจ่ายยังไม่เพียงพอ มีหนี้ค้างชำระจากการเรียกเก็บเป็นจำนวนมาก สถานพยาบาลส่วนใหญ่ขาดแคลนบุคลากร แต่มีทรัพยากรในการปฏิบัติงาน เช่น ยาและเวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา มีความพอเพียงอยู่ในระดับมาก
     3. ด้านกระบวนการ มีการปรับกระบวนการทำงาน โครงสร้างของหน่วยงานทุกระดับ เพื่อรองรับการดำเนินงานตามนโยบายในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จังหวัดภูเก็ตมีการจัดสรรงบประมาณแบบ Exclusive capitation โดยจัดสรรตามผลงาน ในรูปของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระดับจังหวัด ทุกศูนย์สุขภาพชุมชนมีการดำเนินงานในด้านบริหาร บริการ ทั้งในด้านส่งเสริมควบคุม ป้องกัน และรักษาพยาบาล ในการดำเนินงาน ผู้ปฏิบัติงานยังมีปัญหาอยู่ในระดับมาก
     4. ด้านผลผลิต ประชาชนในจังหวัดภูเก็ต ขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ครอบคลุมร้อยละ 108.58 ผู้รับบริการร้อยละ 95.3 เข้าถึงบริการโดยสะดวก การใช้สิทธิเมื่อเจ็บป่วย ร้อยละ 67.8 ใช้สิทธิโครงการ 30 บาท จำนวนผู้รับบริการผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.33 จากปีงบประมาณ 2546 และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.87 สถานบริการมีการพัฒนาคุณภาพบริการเพื่อให้ผ่านมาตรฐานของ Hospital Accreditation และให้บริการอย่างมีคุณภาพ ผู้รับบริการมีความคิดเห็นต่อการบริการตามลักษณะของระบบบริการเวชศาสตร์ครอบครัวอยู่ในระดับมาก และมีความพึงพอใจต่อการบริการอยู่ในระดับปานกลาง ต้นทุนการดำเนินการ ต้นทุนต่อหน่วยของโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น สถานพยาบาลมีการรับผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น วันนอนต่อรายเท่าเดิม การส่งต่อผู้ป่วยเพิ่มขึ้น เมื่อเจ็บป่วยจะเลือกไปรับบริการที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปสูงที่สุดร้อยละ 80.90 เพราะแพทย์ผู้ให้การรักษาเก่งมีความชำนาญ
     5. ด้านผลกระทบ ผู้ให้บริการมีความเห็นว่า ระบบบริหาร การบริการ ภาระงาน ในการปฏิบัติงาน ยังมีปัญหา อยู่ในระดับมาก ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากโครงการอยู่ในระดับปานกลาง สถานการณ์การเงินในภาพรวมของจังหวัดภูเก็ตอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยังขาดแคลนบุคลากร ประชาชนยังอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อสุขภาพและมีพฤติกรรมด้านสุขภาพไม่ถูกสุขลักษณะ

     ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรกำหนดนโยบาย แนวทางปฏิบัติของโครงการให้ชัดเจน สร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้รับนโยบาย
และผู้ปฏิบัติตามนโยบายมีการจัดสรรงบประมาณตามภาระงาน ความจำเป็น และความต้องการของแต่ละพื้นที่ มีแนวทางแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณที่เกิดจากการส่งต่อข้ามจังหวัด มีการประชาสัมพันธ์โครงการ ให้ประชาชน รับรู้ และตระหนักถึงสิทธิประโยชน์ ผ่านทางสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง มีการสนับสนุนบุคลากรให้เพียงพอกับภาระงานและสัดส่วนของประชากรที่รับผิดชอบ และมีการกระจายบุคลากรอย่างเหมาะสม ควรมีการทบทวนสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมและปรับข้อกำหนด หลักการบางประเด็นที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของผู้รับบริการ ควรมีการจัดทำแผนการปฏิบัติงานให้ชัดเจนทั้งแผนการบริหารงบประมาณ การบริหารบุคลากร แผนการรักษาพยาบาล ส่งเสริมควบคุมป้องกันโรค มีการสร้างขวัญและกำลังใจ จัดสวัสดิการค่าตอบแทนพิเศษให้กับผู้ปฏิบัติงาน และควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วนและเจ้าของร่วมกัน เพื่อความยั่งยืนของโครงการ

 


ABSTRACT

The Assessment of the “Universal Coverage of Health Insurance Scheme” in Phuket Province

The Author
Srinuan Kaewmeun
Program Development Strategies
Year 2005
Thesis Advisors

Assoc. Prof.Dr. Chirawat Nitchanet

  Asst. Prof. Suksasit Maneepan
ISBN

974-234-131-1


    This research was an evaluative research. The purpose of this research was to evaluate the in “Universal Coverage of Health Insurance Scheme” in Phuket Province in the following aspects : context, inputs, processes, products, and outcome. The key informants consisted of five groups of people involved : 1) 17 administrators and supervisors of the health units 2) 113 health professionals 3) 414 paying and non-paying patients who were under the scheme 4) members of 106 households 5) community leaders. The researcher employed several methods of collecting data including document analysis and household surveying forms. In-depth interviews and questionnaires were also used in data collection . The researcher collected the data from July to September 2004 and analyze the data using both qualitative and quantitative methods. The statistical methods used in analyzing the data were percentage , arithmetic means, and standard deviation. The findings were presented in the form of description and analytical description.
    The results of the study were as follows :
    1. Context of the project: it was found that the level of the approval among the patients and local administrators towards the policy, and regulations of the scheme was found to be at high level, and the result was the same for the level of participation and support of the program.
    2. Inputs of the scheme: the study showed that both health professionals and their clients knew and understood the policy, and regulations of the scheme very well. Resources, both medical and non- medical were found to be sufficient. However, there were some problems found, which included insufficient budget and the need to seek a high level of credit, as well as not enough health professionals.
    3. Processes of the scheme : the researcher found that all health units involved have modified their structures for the implementation of the scheme. Phuket province has changed the budget allocation system into the Exclusive Capitation plan under the supervision of the Health Insurance Scheme for All Project Board, who were responsible for the budget allocation. Moreover, every community health center in Phuket was responsible for its own administration and health services, which included prevention, control, and treatment of diseases. Nevertheless, it was revealed there were a lot of problems in the implementation of the program.
    4. Products of the scheme, the study revealed the following data from the scheme : 108.58% of people in Phuket registered under the scheme , and 95.3 percent were found easy access to the project. Moreover, 67.8 of the people were under the 30 baht health scheme for all . It was also found that the number of the outpatients increased by 7.33 %, while inpatients increased by 1.87%. Most of the health centers have improved their quality of service according to the Hospital Accreditation Standard, and the level of satisfaction of the patients toward the health services according to the standard of the Family Medical Service was at high level, whereas the satisfaction with the health service in general was at medium level. However, the cost of the project was found to be very high. The local health centers received more inpatients who were forwarded to the provincial hospital, but most of the patients chose to go the provincial hospitals directly because they could consult specialists there.
    5. Outcome of the project : most health professionals found a lot of problems including the following : the administration system, service, and work loads. The project was beneficial to the public at a moderate level. The financial situation of the project in Phuket was at the adequate level. However, there was a lack of health professionals and most of the people in Phuket were living in unhealthy environment and had unsanitary habits of eating.
    In this study the researcher suggests some strategies to help solve the problems of the “Universal Coverage of Health Insurance Scheme” in Phuket Province. The strategies proposed for the government are : 1) there should be mutual understanding of the project among policy makers, and all health professionals 2) the budget should be allocated according to the work loads and needs of each area, and clear guidelines are needed in case of forwarding patients to hospitals in other provinces 3) advertising about the project should inform the public through mass media continuously 4) the government should provide sufficient health personnel according to the work load and the population 5) the government should review the regulations concerning the rights of patients 6) There should a clear action plan for the management of budget, personnel, health services and disease prevention. 7) the government should give more support to health professionals, and 8) the public should be encouraged to take part in the project to enhance their sense of ownership.


.